ความหวัง

posted on 25 Mar 2008 10:11 by hopeorpain  in MY-STORY

Title วันนี้เป็นครึ่งแรกของชื่อ  Blog ครับ

เพราะมันถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะเขียนเรื่องนี้

ผมหาเจอแล้ว คนที่ผมคาดว่า เค้าจะเป็นความหวัง และความรักของผม แต่แล้วสุดท้ายเค้าก็กลายเป็นคนที่มอบความเจ็บปวดให้กับผมอย่างแสนสาหัส

เค้าคือความรัก ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นรักที่ดูจะเป็นเรื่องเป็นราวที่สุดของผมก็ว่าได้

รู้จักกันเพราะ เค้ามาทำงานที่เดียวกัน แต่ในตำแหน่งที่อยู่ผมจะต้องดูแลเค้าซะงั้น

ทำไงได้ ครับ ผมไม่คิดว่า ความใกล้ชิดจะเป็นบ่อเกิดของสิ่งต่าง ๆ ที่ตามมา ทั้งสุข และทุกข์ แต่รวม ๆ แล้ว น้ำหนักทางด้านความทุกข์ และความเจ็บปวดจะกินขาดแบบ 30 : 70 ซะงั้น

23 กันยายน 2550 หัวหน้าผมได้รับพนักงานคนใหม่มา และหน้าที่หลักคือ Support ทีมงานขาย อำนวยความสะดวกในหลาย ๆ เรื่อง อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เมื่อตอนอยู่ในออฟฟิศ ขับรถพาพนักงานสาวเดินทางไปติดต่องาน ติดต่อลูกค้า และพาผมไปติดต่อหน่วยงานราชการ ( แน่นอนหลาย ผมขับรถไม่เป็น ก็เลยต้องให้เค้าพาไปครับ )

ครั้งแรกที่เจอกันผมยังแปลกใจ ว่าทำไมเด็กคนนี้เป็นคนเข้ากับคนอื่นได้ง่ายขนาดนี้ เพียงแค่วันเดียว เค้าก็สนิทกับผมและคนอื่น ๆ ในออฟฟิศเสียแล้ว แปลกมากครับ  ขนาดผมเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ก็ยังทำไม่ได้อย่างเค้า ( มันบ้าจริง ๆ )

และห้องนอนส่วนตัว ที่ผมไม่เคยแม้แต่จะให้เจ้านายได้มองเข้าไปเห็นถึงความรกของมัน หรือน้อง ๆ สาว ๆ ในทีมงาน ผมก็ไม่เคยให้ใครเข้าไปในห้องส่วนตัวผม

แต่ ผมกลับตอบตกลงง่าย ๆ เมื่อเจ้านายบอกว่า ให้น้องเค้าพักในห้องด้วย

ฮั่นแน่... หลายคนคิดสินะครับ ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ

ผมไม่โกหกหรอกครับว่ามีอะไรเกิดขึ้น

ห้องนอนที่ผมไม่เคยแม้แต่จะเปิดแอร์นอน เพราะผมเป็นคนไม่ชอบนอนเปิดแอร์ แต่ชอบเปิดพัดลมมากกว่า ( ก็แอร์มันหนาวนี่นา ) 

ไม่มีอะไรเลย ผมก็ปฏิบัติตัวเฉกเช่นพี่คนหนึ่งเท่านั้น และด้วยความขี้ร้อนของเค้านั่นเอง ทำให้ผมต้องมีความไหวหวั่นขึ้นมาจนได้

คืนนั้น เราก็เข้านอนกันตามปกติครับ (อ่ะแน่ะ เหมือนนิยายอิโรติกซะงั้น) ผมนอนบนเตียง แต่เค้านอนบนฟูกถัดออกไปจากผมประมาณ 1-2 ก้าว (จริง ๆนะ)

ผมตื่นมาเข้าห้องน้ำประมาณตี 3 ได้ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงครางครับ แน่นอนครับ เสียงคราง แต่ไม่ใช่เรื่องอย่างว่า

นี่มันเสียงคนหนาวนี่นา ครางเบา ๆ บวกกับพึมพัมว่าหนาว

ผมตาตื่นเลยทีเดียว ต้องเปิดไฟในห้อง และดูว่าเกิดอะไรขึ้น เอามืออิงหน้าผากน้องเค้าดู "ตายห่า ไหงตัวร้อนแบบนี้วะ"

แล้วตีสามแบบนี้บ้านนอกแถวนี้จะมี รพ.ไหนฟระ รถยนต์ก็ขับไม่เป็น ไอ้ครั้นจะกะเตงมอร์ไซค์ก็ไม่สามารถ

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ( ฮั่นแน่ คิดอะไรกันจ๊ะ)

เริ่มต้นใช้วิชาที่ได้เรียนรู้มาทันที จะอะไรล่ะครับ
โน่นเลย
ดีนะที่ในตู้เย็นมีน้ำแข็ง ก็เลยจัดการเอาน้ำแข็งใส่น้ำเย็น ( เย็นหนักกว่าเดิมอีก) แล้วใช้ผ้าชุบบิดหมาด ๆ แล้วบรรจงเช็ดที่หน้า (ขอย้ำนะครับ ว่าบรรจงเช็ดให้จริง ๆ) ตามคอ และแขน เพื่อบรรเทาความร้อนในตัวให้น้อยลง และจบท้ายที่เอาผ้าเย็น ๆ อีกผืน ประคบไว้ที่หน้าผากเค้า จากนั้นก็เช็ดตามตัวท่อนบนให้ ( แต่ไม่ได้ถอดเสื้อเค้าออกนะครับ 555 )

ผมไม่อยากเชื่อหรอกว่าสิ่งที่ทำมันจะได้ผล แต่หลังจากทำแบบนั้นไปซักพัก ปรากฎว่าความร้อนในตัวเค้าค่อย ๆ หายไปจากที่ร้อน ๆ อยู่ก็กลายเป็นปกติไป ผมจึงปลุกให้เค้าขึ้นมากินยา


เชื่อไหมครับ (ไม่เชือ่)  ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยดูแลใครขนาดนี้มาก่อน เพราะคนในบ้านส่วนมากจะสุขภาพดี ไม่เคยป่วยถึงขั้นดูแลกันแบบนี้ ก็เลยรู้สึกอาย ๆ บ้าง
ผมป้อนยาให้ เค้ารับรู้ แต่ไม่ลืมตาขึ้นมาเลย
ภาพ ๆ นั้น ความรู้สึกตรงนั้น มันทำให้ใจผมอ่อนยวบ คิดเพียงแค่ว่า "เออ วะ ดูแลมันหน่อย เดี๋ยวมันตายไป มาหลอกหลอนว่าไม่ดูแล ผมก็คงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน" ทั้ง ๆที่ผมก็งัวเงียมาก ๆ

แต่ไม่อาจที่จะนอนหลับต่อไปได้ จึงต้องรับหน้าที่ดูแลต่อไป


จนกระทั่งผมเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

มารู้ตัวอีกทีผมนอนอยู่ข้าง ๆ เค้าซะแล้ว (ไม่กลับไปนอนเตียงตัวเองฟระ) แล้วมือก็ยังก่ายที่หน้าผากเค้าอีก ตอนนั้นตี 5 ครึ่งแล้วครับ ผมจึงไปล้างผ้าและซักไว้ จากนั้นจึงมานอนพักต่อได้อีก 1 ชั่วโมง จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำ และทำงาน

นายคนนี้ไม่ได้ทำงานในเช้าวันนั้น เค้ามาอีกทีตอนบ่าย เพราะตอนเช้าผมแจ้งให้เจ้านายรับทราบไปแล้วว่าเค้าไม่สบาย


เมื่อเจอหน้ากันที่ออฟฟิศ ผมก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่ทนเก๊กได้ไม่นานจึงต้องถามอาการว่าดีขึ้นบ้างหรือยัง เค้าก็ตอบคำพร้อมพยักหน้ารับ ต่อหน้าคนอื่น เค้าก็เป็นแบบนี้ ไม่ค่อยพูดและทำเป็นเล่นไปเสียหมด ผมก็ไม่ได้คิดอะไรต่อไป จึงทำงานต่อซะงั้น

แต่พอไม่มีคนอื่น (อยู่กันตามลำพัง)  เค้ากลับพูดอะไรออกมา สิ่งที่ทำให้ผมเหมือนคนบ้า เขิน และอายมากกว่าเดิม แต่ก็ดีใจนิด ๆ คำขอบคุณที่ให้มา พร้อมกับสายตาอิดโรย ที่ดูแล้วแหม... ให้ตาย ( กรูจะอดใจไม่อยู่แล้วนะเฟร้ยยยย )

บ้า ๆ ๆ ผมจึงตัดความรู้สึกบ้า ๆ ออกไป โดยการออกไปหน้างาน ไปตากแดด ดูผู้รับเหมาทำงานดีกว่า แหะ ๆ ( วิธีข่มหื่นของผมได้ผลนะ 555 )

จบเรื่องราวที่ดูแสนจะ มีความสุขเสีย  แต่เพียงเท่านี้ก่อนดีกว่า

ก่อนพายุจะมา ทะเลมันก็สงบแบบนี้แหละครับ

เรื่องราวต่อไป จะได้รู้ว่าคนอย่างผม  ร้องไห้ ได้อย่างไร... ทั้ง ๆ ที่ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยร้องไห้ ให้กับผู้ชายหน้าไหนเลย

To be continue...

ปล.1 อ่านมาถึงตรงนี้ใครยังงง หรือสงสัย ผมก็ขออภัยนะครับ เพราะแม้แต่ผมเอง ก็ยังสับสนในตัวเองเล้ย...555

ปล.2 วันนี้ ครบรอบ 1 สัปดาห์ 7 วันที่เราทะเลาะกันแล้วครับผม ไม่ได้คุยกันมาหลายวันแล้ว แต่เรื่องงานยังคุยกันอยู่นะครับ รู้ว่าอึดอัด แต่ผมต้องเข้มแข็ง ต้องอยู่รอดให้ได้สินะ 555

edit @ 20 Mar 2008 07:41:08 by Hope Or Pain

edit @ 23 Mar 2008 19:49:04 by Hope Or Pain

edit @ 25 Mar 2008 10:20:38 by Hope Or Pain

edit @ 25 Mar 2008 10:21:54 by Hope Or Pain